การติดตั้งและพัฒนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กร
การออกแบบและบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วยการกำหนด VLAN และ IP Management เพื่อความเสถียรและความปลอดภัย
ผู้จัดทำ: นายจิรพนธ์ สีแสงน้อย (รหัสนิสิต 631091010141)
อาจารย์ที่ปรึกษา: ผศ. ชัยณรงค์ คล้ายมณี
ที่มาและความสำคัญ
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการสนับสนุนการสื่อสารและการทำงานภายในองค์กร โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกสหกิจศึกษา มุ่งศึกษากระบวนการติดตั้ง บำรุงรักษา และตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครือข่าย ครอบคลุมการติดตั้ง Switch, Firewall และ Access Point เพื่อลดปัญหาการเชื่อมต่อและเพิ่มความเร็วในการใช้งาน
วัตถุประสงค์
- ศึกษากระบวนการติดตั้งและกำหนดค่าอุปกรณ์เครือข่ายในสภาพแวดล้อมจริง
- เรียนรู้การออกแบบระบบเครือข่าย เช่น การกำหนด IP, VLAN, Routing และ Network Diagram
- ฝึกทักษะการบำรุงรักษาและตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ
- เพิ่มความรวดเร็วและเสถียรภาพในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
- จัดโครงสร้างเครือข่ายให้รองรับการขยายระบบในอนาคต
เครื่องมือที่ใช้ (Tools)
NetBox, Putty, Wireshark, Draw.io
วิธีการดำเนินงาน
- การวิเคราะห์และเก็บรวบรวมความต้องการ
- ออกแบบ Diagram Network Layer
- ติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ได้แก่ Switch, Router, Firewall และกำหนด IP Address พร้อมแบ่ง VLAN ให้กับ Switch
- ตรวจสอบความถูกต้องของการเชื่อมต่อและตรวจสอบ Tx Drop ของ Core Switch
- จัดทำเอกสารรวม Network Topology Diagram, IP Address Plan และ Port Connect Firewall เพื่อรองรับการขยายระบบในอนาคต
- วางแผนการบำรุงรักษาระบบเครือข่ายในอนาคตเพื่อให้ระบบมีความเสถียรและต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงาน
ด้านเทคนิค: จำนวน Packet Loss และ TX/RX Drop ลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากการตรวจสอบผ่าน Interface Statistics
ด้านผู้ใช้งาน: สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 150 คน จากผู้ใช้งานทั้งหมด 400 คน (Simple Random Sampling) พบค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ที่ 3.5–3.7 (ระดับมาก) โดยผู้ใช้งานกว่า 60% ให้คะแนนระดับ 4–5 โดยในแต่ละด้านมีคะแนนดังนี้:
- Speed (ความเร็ว): 75.00%
- Signal (สัญญาณ): 73.40%
- Satisfaction (ความพึงพอใจรวม): 71.60%
- Stability (ความเสถียร): 70.40%
บทสรุป
การปรับปรุงโครงสร้างเครือข่ายใหม่ด้วยการแยก VLAN และจัดระบบ IP Address ช่วยให้การบริหารจัดการง่ายขึ้นและรองรับการขยายตัวในอนาคต ส่งผลให้ระบบมีความเสถียรและตอบสนองต่อการใช้งานของบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น