Search
× Search




ผลงานสหกิจ

การทดสอบเจาะระบบและการประเมินความปลอดภัยของเว็บแอปพลิเคชันภายในมหาวิทยาลัย

Penetration Testing and Security Assessment of University Web Applications

ผู้จัดทำ: นายศราวุฒิ พูลเขตต์ 

อาจารย์ที่ปรึกษา: ดร.กฤษฎา เล้งเวหาสถิตย์

ที่มาและความสำคัญ

ปัจจุบันองค์กรและสถาบันการศึกษามีการพัฒนาระบบสารสนเทศและเว็บแอปพลิเคชันเพื่อรองรับการดำเนินงานในหลายด้าน เช่น ระบบบริการนักศึกษา ระบบจัดการข้อมูลบุคลากร และระบบบริการภายในองค์กร ซึ่งระบบเหล่านี้มีการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลสำคัญเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องมีการจัดการควบคุมความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นกับระบบเว็บแอปพลิเคชันภายในองค์กร

วัตถุประสงค์

  1. ศึกษากระบวนการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง
  2. พัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ช่องโหว่ การประเมินความเสี่ยง และการจัดทำรายงานผลการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  3. ศึกษาการใช้เครื่องมือสำหรับการทดสอบเจาะระบบและการตรวจสอบช่องโหว่ของเว็บแอปพลิเคชัน

ขอบเขตของโครงงาน

  • ดำเนินการทดสอบช่องโหว่ของ Internal Web Application ในรูปแบบ Black Box Testing โดยใช้เครื่องมือสำหรับการทดสอบเจาะระบบและการตรวจสอบช่องโหว่ของระบบ
  • การทดสอบมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบช่องโหว่ของเว็บแอปพลิเคชันโดยไม่ดำเนินการโจมตีที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบจริง

วิธีการดำเนินงาน

  1. Meeting with Client — นัดพูดคุยกับลูกค้าก่อนเริ่มดำเนินการ Pentest เพื่อเก็บและยืนยัน Requirement รวมถึงขอบเขตการทดสอบ (Scope) ให้ตรงตามที่ระบุไว้ใน Proposal
  2. Recon — รวบรวมข้อมูลของเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจระบบ โครงสร้าง และขอบเขตก่อนการทดสอบ
  3. Analyze — นำข้อมูลที่ได้จาก Recon มาวิเคราะห์เพื่อระบุช่องโหว่ จุดอ่อน และความเสี่ยงของระบบ
  4. Penetrate — ทดสอบเจาะระบบโดยอาศัยข้อมูลและช่องโหว่ที่วิเคราะห์ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าระบบสามารถถูกโจมตีได้จริง
  5. Inform — แจ้งผลการทดสอบให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ โดยสรุปช่องโหว่ ความเสี่ยง และแนวทางการแก้ไข
  6. Deliver — จัดทำและส่งมอบรายงานผลการทดสอบอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมรายละเอียดการทดสอบ ช่องโหว่ที่พบ และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบ

ผลการดำเนินงาน

จากการดำเนินงานพบช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยทั้งหมด 16 รายการ โดยแบ่งเป็นช่องโหว่ระดับปานกลาง (Medium) 2 รายการ และระดับต่ำ (Low) 14 รายการ ดังนี้

  • Information Disclosure: มีการเปิดเผยข้อมูลระบบที่ไม่ควรให้ผู้ใช้งานทั่วไปเข้าถึง ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถนำข้อมูลที่รั่วไหลไปใช้วิเคราะห์โครงสร้างระบบหรือใช้ข้อมูลสำคัญเพื่อเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • Host Header Poisoning: ไม่มีการตรวจสอบค่า Host Header อย่างเหมาะสม ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถปลอมค่าเพื่อสร้างลิงก์อันตรายปลอมเพื่อหลอกผู้ใช้งาน
  • Server & Protocol Weaknesses: มีการตั้งค่าและใช้งานเวอร์ชันที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถดักจับข้อมูลหรือใช้ช่องโหว่ของโปรโตคอลที่ล้าสมัย
  • Vulnerable Dependencies: มีการใช้งานไลบรารีเวอร์ชันเก่าที่มีช่องโหว่ ซึ่งอาจทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้การโจมตีที่เผยแพร่สาธารณะในการโจมตีระบบได้ทันที

สรุปผลการดำเนินงาน

โครงงานบรรลุวัตถุประสงค์ในการศึกษากระบวนการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ พร้อมทั้งพัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ช่องโหว่ การประเมินความเสี่ยง และการใช้เครื่องมือทดสอบเจาะระบบ โดยสามารถตรวจพบช่องโหว่ทั้งหมด 16 รายการ แบ่งเป็นระดับปานกลาง 12.5% และระดับต่ำ 87.5% และจากการติดตามผลพบว่าช่องโหว่ทั้งหมดได้รับการแก้ไขครบถ้วน (100%) ส่งผลให้ระดับความเสี่ยงของระบบลดลงและช่วยยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของระบบโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Previous Article การศึกษาระบบการวิเคราะห์ความคิดเห็นของกีฬาฟุตบอลไทยด้วยระบบ Zocial Eye
Next Article การพัฒนาเว็บสำหรับการติดตามผู้สมัครและการบริหารจัดการกระบวนการคัดเลือก
Print
4 Rate this article:
No rating
Terms Of UsePrivacy StatementCopyright 2026 by My Website
Back To Top