Search
× Search




ผลงานสหกิจ

การพัฒนาระบบจัดการคำขอประเมินหลักประกันให้ข้อมูลไม่ตกหล่น

Development of a Collateral Appraisal Request Management System to Prevent Data Loss

ผู้จัดทำ: นายชินพนต์ ธาราชีวิต

อาจารย์ที่ปรึกษา: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยณรงค์ คล้ายมณี, รองศาสตราจารย์ ประมวล ชูรัตน์

ที่มาและความสำคัญ

ในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน การประเมินหลักประกัน (Collateral Appraisal) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยข้อมูลจากหลายระบบและหลายหน่วยงานในการดำเนินงานร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ในการทำงานจริงอาจเกิดปัญหาการสื่อสารข้อมูลระหว่างระบบ เช่น ระบบปลายทางไม่พร้อมใช้งาน หรือเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการเชื่อมต่อ ส่งผลให้ข้อมูลบางส่วนไม่ถูกส่งต่ออย่างครบถ้วน และทำให้สถานะของคำขอไม่สอดคล้องกัน

ปัญหานี้ทำให้ต้องมีการตรวจสอบหรือแก้ไขข้อมูลด้วยตนเอง (Manual) ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระงานและความเสี่ยงต่อความผิดพลาดของกระบวนการทำงาน โครงงานนี้จึงมุ่งพัฒนาระบบจัดการคำขอประเมินหลักประกันที่สามารถจัดการข้อมูลและเหตุการณ์ระหว่างระบบได้อย่างน่าเชื่อถือ ป้องกันการตกหล่นของข้อมูล และสนับสนุนการติดตามสถานะของคำขอได้อย่างต่อเนื่องย้อนหลัง เพื่อให้กระบวนการดำเนินงานขององค์กรถูกต้องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์

  • เพื่อออกแบบกลไกในการติดตามสถานะและตรวจสอบข้อมูลคำขอประเมินหลักประกันย้อนหลังได้อย่างเป็นระบบ

  • เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการคำขอประเมินหลักประกัน

  • เพื่อป้องกันการตกหล่นของคำขอและข้อมูลระหว่างกระบวนการดำเนินงานของระบบ

วิธีการดำเนินงาน (Methodology)

กระบวนการพัฒนาระบบเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหา จากนั้นดำเนินการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบและฐานข้อมูล พพัฒนาระบบ และทำการทดสอบการทำงาน

สถาปัตยกรรมการรับส่งข้อมูลหลักออกแบบผ่านกลไก Data Pipe เพื่อลำเลียงเหตุการณ์ (Event) และข้อมูล (Data) ระหว่างโมดูลต้นทาง (Module A) ไปยังโมดูลปลายทาง (Module B) โดยมี Worker ทำหน้าที่ควบคุมและประมวลผลชุดข้อมูลในท่อส่งดังกล่าว เพื่อให้ระบบสามารถจัดการข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ป้องกันการตกหล่นแม้ในกรณีที่โมดูลปลายทางไม่มีการตอบสนอง (Module not response)

ผลการดำเนินงาน (Results)

ระบบที่พัฒนาขึ้นได้รับการประเมินผลผ่านผู้ใช้งานระบบจริงโดยอ้างอิงจาก 6 ตัวชี้วัด ซึ่งครอบคลุมวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้:

  • การตรวจสอบและติดตามข้อมูลย้อนหลัง: ระบบสามารถตรวจสอบข้อมูลคำขอประเมินย้อนหลังได้อย่างสะดวกและชัดเจน ช่วยให้ติดตามสถานะคำขอได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การลดการแก้ไขข้อมูลด้วยตนเอง: ช่วยลดความจำเป็นในการเข้าไปแก้ไขข้อมูลด้วยมือ ส่งผลให้ลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลในระบบ

  • ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล: ข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณามีความถูกต้องและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ทำให้การตัดสินใจมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

  • ความต่อเนื่องและความรวดเร็ว: ระบบช่วยให้กระบวนการพิจารณาคำขอสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง และลดระยะเวลารวมในการดำเนินงาน

  • การลดความเสี่ยงของข้อมูลตกหล่น: ระบบมีกลไกป้องกันการสูญหายของข้อมูลหรือคำขอระหว่างกระบวนการดำเนินงาน

  • ความมั่นใจของผู้ใช้งาน: ผู้ใช้งานมีความมั่นใจสูงขึ้นว่าคำขอทุกรายการได้รับการดำเนินการครบถ้วนตามลำดับขั้นตอนที่กำหนดไว้

ตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการใช้งานระบบ:

รายการประเมินผล ประสิทธิภาพระบบเดิม (Old System) ประสิทธิภาพระบบใหม่ (New System) ประสิทธิภาพที่พัฒนาขึ้น
ค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพ 33.33% 96.67% เพิ่มขึ้น 63.34%

สรุปผล (Conclusion)

โครงงานนี้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบติดตามและตรวจสอบข้อมูลคำขอประเมินหลักประกันให้มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ชี้ให้เห็นว่าระบบสามารถยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานจากเดิม 33.33% ขึ้นเป็น 96.67% (คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 63.34%) นอกจากนี้ ระบบยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของข้อมูลตกหล่นระหว่างกระบวนการทำงาน ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานว่าคำขอได้รับการดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอน ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาสินเชื่อและคำขอประเมินของสถาบันการเงินมีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Previous Article ระบบเเชทบอทอัจฉริยะสำหรับการจำแนกประเภทวัสดุเพื่อทำนายกระบวนการผลิตฮาร์ดดิสก์
Next Article การพัฒนามาโครเพื่อการตรวจสอบข้อมูลบัญชีแยกประเภทจากธุรกรรม Cardless ATM
Print
4 Rate this article:
No rating

Documents to download

Terms Of UsePrivacy StatementCopyright 2026 by My Website
Back To Top